หมดปัญญาออนไลน์ – modepanya online


มีชื่อ แต่จำไม่ได้

ขอแสดงตัวก่อนว่าฉันไม่ได้เรียนจบด้านศิลปะ ไม่ได้มีความรู้มากมายเกี่ยวกับศิลปะ แต่ชอบไปดูผลงานตามแกลอรีหรือนิทรรศการต่างๆ เป็นเพราะความชอบล้วนๆ และอยากจะ ’เล่า’ ในสิ่งที่ฉันพบเห็น รู้สึก และได้เข้าไปสัมผัสในช่วงเวลาสั้นๆ

ล่าสุดฉันไปดูนิทรรศการที่จัดแสดงขึ้น ณ อาร์เดลเธิร์ดเพลส แกลอรี “Without Balancing” หรือชื่อภาษาไทยว่า “มีชื่อ แต่จำไม่ได้” โดย ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ ประติมากรไทยและศิลปินอิสระ ทำให้ฉันเดินวนไปวนมาอยู่ครู่ใหญ่ เนื่องจากเกิดคำถามในใจว่า ‘อะไรกันแน่ที่เขาต้องการจะสื่อ’
เพราะภาพที่เห็นคือประติมากรรมไม้ชิ้นบิดเบี้ยวกระจายตัวกันอยู่ และไม่มีชื่อเรียกผลงานใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากป้ายที่เตือนว่า ‘กรุณาอย่านั่ง’ และ ‘กรุณาอย่าจับ’ ดังนั้น ถ้าจะมองกลับไปที่ชื่อนิทรรศการ ความหมายในชื่อภาษาอังกฤษฟังดูเหมาะสมกว่า

ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าของผลงานจำชื่อไม่ได้จริงๆ หรือว่าตั้งใจใช้ชื่อนี้ แต่ในเมื่อไม่มีชื่อ ฉันขอเรียงลำดับจากชิ้นที่เข้าไปดูใกล้ๆ ก่อนก็แล้วกัน เริ่มจากเก้าอี้ผ้าใบตามชายหาดที่วางเรียงกัน มีโต๊ะ และร่มคันใหญ่ประกอบ แต่ผ่านการจัดท่าทางจนเอนเอียงไปในทิศทางเดียวกัน สะดุดตาก็จริง นึกถึงเก้าอี้ตามริมหาดก็จริง…แต่ถ้าให้นั่งจริงก็คงไม่กล้า

เพราะนอกจากองศาที่เอนเอียงแล้ว ที่ผ้าใบยังมีบทเพลงพระราชนิพนธ์ปรากฏอยู่ ตัวหนังสือและตัวโน้ตผ่านการเรียงร้อยอย่างบรรจงบนบรรทัด 5 เส้น จนมีลักษณะเป็นรอยที่ก้ำกึ่งระหว่างการลายมือเขียนกับการปักผ้า ฉันยืนและทิ้งระยะห่างไว้เล็กน้อย ครุ่นคิด ไม่เข้าไปดูให้ใกล้กว่านี้

จะว่าไป…กลุ่มผลงานนี้สอดแทรกสิ่งที่มีชื่อไว้ด้วยนี่นา!

ชื่อเพลง ทำนอง เนื้อเพลง และชื่อผู้ประพันธ์เขียนเป็นภาษาอังกฤษ โดยผ้าใบสองตัวแรกมีทำนองเพลง Falling Rain และ Candlelight Blues ตามลำดับ มีชื่อ H.M. King Bhumibol Adulyadej of Thailand อยู่ด้านบนขวา ส่วนเก้าอี้ตัวที่สามมีทั้งเนื้อร้องและทำนองเพลง What a wonderful world ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง แต่เมื่อสังเกตจากเนื้อเพลงแล้ว จะรู้ว่าเป็นเพลงของหลุยส์ อาร์มสตรอง นักทรัมเป็ตและนักร้องเพลงแจ๊สชาวอเมริกันที่โด่งดังมาก และเป็นหนึ่งในศิลปินที่ในหลวงทรงโปรด

สิ่งที่ฉันรับรู้จากผลงานชิ้นนี้คือ ดนตรีมีความเป็นสากล และสิ่งที่พิเศษสุดของดนตรีที่ศิลปินคัดสรรมาคือ แนวดนตรีและเอกลักษณ์บุคคลที่สื่อถึงแจ๊ส และศิลปินเพลงแจ๊สมักจะถ่ายทอดอารมณ์และจังหวะที่พลิ้วไหว มีลูกเล่น สามารถสร้างสรรค์และสอดแทรกเนื้อหาให้กับเพลงได้อย่างไม่หยุดหย่อน ซึ่งการตัวโน้ตดนตรีแจ๊สได้มาอยู่บนเก้าอี้ชายหาดก็เทียบกับเราได้นั่งฟังเสียงคลื่นลมริมฝั่ง โดยที่เสียงและจังหวะคลื่นกระทบฝั่งอาจจะคล้ายเดิม แต่มีสูงต่ำต่างกันไป อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะฟังเสียงคลื่นซัดสาดที่ไหน เราก็รู้ว่าเป็นเสียงคลื่น จะเป็นเสียงอื่นไปไม่ได้ ดนตรีก็เช่นกัน ไม่ว่าจะนำเพลงนั้นๆ ไป Cover หรือเล่นในแนวรูปแบบอื่น เราก็ยังรู้ว่าเพลงนั้นมาจากไหน ใครร้อง และถ้ามีใครเผลอตัวนั่งบนเก้าอี้นี้ นั่นเท่ากับการไม่ใส่ใจอะไรเลย และเป็นปฏิปักษ์กับสิ่งรอบตัวอย่างร้ายกาจ

เก้าอี้ตัวสูงใหญ่ที่อยู่ด้านในก็เช่นกัน ลักษณะคล้ายเก้าอี้เขียนแบบซึ่งผ่านการจัดรูปทรงจนเป็นที่พอใจ แม้ว่าดูมั่นคงเพราะขาเก้าอี้ทั้งสี่จะยืนหยัดอยู่บนพื้น แต่ความโน้มเอียงก็ทำให้คิดต่อไปได้ว่าถ้ามีอะไรไปกระทบแรงๆ กลัวว่าจะล้มได้เหมือนกัน

โต๊ะ – เก้าอี้ – จักรยาน ตัวอื่นๆ แม้ว่าจะผ่านการปรับแต่งให้คดงอหรือเอนเอียงตามทัศนียวิทยาของศิลปินแค่ไหน มนุษย์ก็ยังรับรู้ได้ว่า มันคือโต๊ะ คือเก้าอี้ คือจักรยาน เพียงแต่มีรูปร่างแปลกแปร่งไปจากที่เคยเห็น เป็นอีกมิติที่แฝงความคิดไว้ลึกซึ้ง

ในองค์รวม ธวัชชัยเลือกที่จะล้อเลียนของที่มีมาแต่เดิม ซึ่งการล้อเลียนย่อมต้องทำให้รู้ว่าลักษณะของเดิมเป็นอย่างไร ถ้าจะย้อนถึงพื้นวิชาสถาปัตยกรรมสักหน่อย De-construction Architecture หรือโครงสร้างเเบบล้ม เอียง หรือพัง ก็มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องในการต่อยอดผลงานที่เป็น Contemporary Art ชุดนี้ ซึ่งไม่ได้เน้นที่ความสวยงามมากนัก แต่เน้นที่มีความหมายและความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน

ส่วนการเลือกโต๊ะเก้าอี้ไม้มาเป็นหลักใหญ่ในการสร้างงาน เชื่อว่าสามารถสะท้อนกับความแตกต่างด้านมิติได้เป็นอย่างดี เพราะโต๊ะเก้าอี้ที่ทำจากไม้ มักจะมีลักษณะตั้งฉากและวางขนานไปกับพื้นโลก ในขณะที่ความบิดเบี้ยวเป็นลักษณะของความแปรเปลี่ยนไปจากสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่โดยตั้งใจ อีกนัยหนึ่งอาจตัวแทนของความปรวนแปรบนโลกใบนี้ จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

เพราะงานศิลปะ การชื่นชอบ ชื่นชม เพิกเฉย หรือไม่ใส่ใจ ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลเสมอไป…
และบางครั้งการมีชื่อหรือไม่มีก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็น สำคัญที่ว่าจดจำเนื้อหาของมันได้หรือเปล่า

เขียนและถ่ายภาพโดย ภัชภิชา ฤกษ์สิรินุกูล

————————

นิทรรศการ “มีชื่อ แต่จำไม่ได้”
โดย ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์
ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 10 พฤษภาคม 2552
ณ อาร์เดลเธิร์ดเพลส แกลเลอรี (สุขุมวิท 55 ทองหล่อซอย 10)
เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.30-20.00 น.

ครั้งล่าสุดกับนิทรรศการแสดงเดี่ยวของ ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ ประติมากรไทยผู้เคยได้รับรางวัลระดับประเทศและระดับโลกมาแล้วมากมาย และเป็นหนึ่งในศิลปินไทยที่เข้าร่วมนิทรรศการมหกรรมศิลปะนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 50 (พ.ศ. 2546) ณ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

ร่วมชื่นชมกับผลงานประติมากรรมไม้ในรูปทรงของวัตถุอันเคยคุ้นในชีวิตประจำวัน ที่ถูกถอดความจากมุมมองพลิกผันตามทัศนียวิทยา เพิ่มมิติในระยะทางของการเห็นด้วยความบิดเบี้ยว คดงอ เอียงเอน ก่อเกิดเป็นประติมากรรมที่งดงามและแฝงแนวความคิดลึกซึ้งภายใน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล
โทร: 02-422-2092, 084-772-2887 แฟกซ์: 02-422-2091
อังคาร-เสาร์ 10.30 – 19.00 น. อาทิตย์ 10.30 – 17.30 น. (ปิดวันจันทร์)


3 ความเห็น so far
ใส่ความเห็น

“ชื่อ” เป็นเพียงสิ่งสมมุติเพื่อกำหนดหมายสิ่งต่าง ๆ ให้มนุษย์จดจำ เข้าใจ และจำแนกแยกแยะความแตกต่างของสิ่งต่าง ๆ ได้ “ชื่อ” มิใช่เครื่องมือของการยึดมั่นถือมั่นในตัวตน มิใช่สาระสำคัญที่จำเป็นต้องค้นหา ตามล่ากันพลิกแผ่นดิน แต่สิ่งที่ศิลปินต้องการนำเสนอเป็นสาระสำคัญยิ่งกว่า

แม้บทความที่แสดงข้างบนจะมีอะไรตกหล่นไปบ้างเล็กน้อย แต่ฉันก็รู้ว่าผู้เขียนต้องการจะสื่ออะไร (ฮิฮิ)

“ซึ่งการตัวโน้ตดนตรีแจ๊สได้มาอยู่บนเก้าอี้ชายหาด…” อาจเป็น “ซึ่งการที่ตัวโน้ตดนตรีแจ๊สได้มาอยู่บนเก้าอี้ชายหาด…” เปรียบเทียบกับการนั่งฟังเสียงคลื่นที่เป็นเสียงสูงต่ำต่างกันไป แต่ก็ยังเป็นคลื่นนั่นแหละค่ะ แหม! เปรียบเทียบจนนึกถึงบรรยากาศเลย

ตอนเกือบสุดท้ายที่ผู้เขียนกล่าวถึงการใช้โต๊ะและเก้าอี้ไม้และความบิดเบี้ยวเป็นสื่อในการนำเสนอผลงาน “อีกนัยหนึ่งอาจตัวแทนของความปรวนแปรบนโลกใบนี้” แท้จริงผู้เขียนต้องการจะเขียนว่า “อีกนัยหนึ่งอาจเป็นตัวแทนของความปรวนแปรบนโลกใบนี้”

วันนี้ฉันมาแปลกสักหน่อยนะ เป็นการตรวจพิสูจน์อักษรในรูปแบบแปลกใหม่ คงไม่เคยมีใครกล้าและบ้าบิ่นขนาดนี้ (อิอิ) ไว้คราวหน้านึกอะไรได้ก็จะเข้ามากวนใหม่นะคะ

เก๋ ตาใน

ความเห็น โดย เก๋

The music should very nice..

ความเห็น โดย Mr.Pisit Ployrut

บอกว่าดูไม่ออก แต่ร่ายซะยาวเลย หากดูไม่ออกไม่เข้าใจจริงๆ ก็ไม่ควรจะเขียนเดาๆ ไปเรื่อยน๊ะครับ ทำลายงานดีๆ เค้าเปล่าๆ สิ่งที่ศิลปืนทำคือการนำเงาของวัตถุ ซึ่งมีลักษณะแบน เป็นรูปร่าง 2 มิติ ที่ผันแปรรูปไปตามเวลา ที่ก่อให้เกิดแสง-เงา นำมาสร้างเป็นรูปทรง 3 มิติย้อนกลับไปยังวัตถุที่เป็นต้นแบบที่ก่อให้เกิดเงานั้นๆ (Double Concept) และวัตถุที่สร้างขึ้นจากเงานนั้นก็จะให้เงาใหม่ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง (Triple Concept) โดยวัตถุที่นำมาสร้างสรรค์นั้นโดยมากเป็นสิ่งคุ้นเคยที่ศิลปินใช้ในชีวิตประจำวัน พูดง่ายๆ ก็คือ ทำ 2 มิติให้เป็น 3 มิติ แล้ว3 มิติที่ทำขึ้นนั้นก็จะก่อให้เกิดรูป 2 มิติขึ้นอีกครั้ง

ความเห็น โดย Sculptor de Isan




ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: