หมดปัญญาออนไลน์ – modepanya online


Hello, Sadness
16 มกราคม 2009, 9:16 pm
Filed under: - ตระเวนแกลอรี | ป้ายกำกับ: , , , ,

 

ถ้าหากว่าคุณกำลังรู้สึกหดหู่และหมองหม่นในชีวิต เราแนะนำว่าอย่าไปชมนิทรรศการนี้คนเดียว!

Hello, Sadness เป็นนิทรรศการที่รวบรวมผลงานศิลปะที่สะท้อนถึงความทุกข์โศกศิลปินชาวจีนในมุมมองและการสื่อสารที่แตกต่างกัน โดยชื่อนิทรรศการนี้มาจากนวนิยายเรื่อง Bonjour, Tristesse ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ‘สวัสดี, ความทุกข์’ เขียนโดยเด็กสาวชาวฝรั่งเศส ฟรองซัวร์ ซากอง ซึ่งขณะนั้นเธอมีอายุเพียง 18 ปี

ผลงานชิ้นแรกในนิทรรศการ Hello, Sadness ที่จะแนะนำคือ Strange Number-1 ของ Zhang Shuang (2008) เป็นภาพที่ใช้เทคนิคผสม อาทิ Drawing การวาดภาพสีน้ำ ฯลฯ บนผืนผ้าใบ สิ่งที่เด่นชัดที่สุดในการแสดงอารมณ์ของภาพคือ ดวงตากลมโตที่ดูตกตะลึงกับอะไรบางอย่างของเด็กหญิงปีศาจ ขอบตาดำคล้ำเป็นวงกว้าง เลือดกำเดาที่ไหลออกจากจมูกอาจแสดงถึงโรค ความทรมานในร่างกาย หรือเกิดจากปฏิกิริยาร่างกายซึ่งเป็นผลจากสิ่งที่ทำให้ตกตะลึง โดยร่างกายยังมีส่วนประกอบที่ผิดเพี้ยนตั้งแต่ศีรษะที่ใหญ่โต มีผมเส้นเล็กหยิกหยอยและเบนออกทั้งด้านซ้ายและขวา มีร่มเป็นปีกเหมือนค้างคาว และถ้าสังเกตที่พื้นหลังจะเห็นตัวเลขที่กระจัดกระจายกันอยู่ มันล่องลอยอยู่รอบตัวเด็กหญิง และเธออาจจะไม่อยากเรียนวิชาเลขก็เป็นได้!

Sadness ของ Ouyang chun เป็นภาพวาดสีน้ำมันที่มีลักษณะโดดเด่นในการใช้สีน้ำมันซึ่งจับตัวกันเป็นชั้นหนา ไล่เรียงไปในแนวเดียวกัน แล้วเกิดความต่างที่พื้นผิวจากการวาดพู่กันในแต่ละแถวจนเป็นลายพื้นภาพ สีที่ใช้มีเพียงสองเฉดสีให้อารมณ์หม่นทึบ ในภาพ…ใครคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ วางมือลงบนเข่าราวกับครุ่นคิดถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยกรอบสีเหลี่ยมคล้ายหน้าต่างเป็นทางเดียวที่น่าจะติดต่อสื่อสารไปยังโลกภายนอกได้ แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันจะเปิดได้ไหม?

และชุดผลงานของ Song Kun ภายใต้ชื่อ April Fool’s Day (1/2/3/4/5) ภาพสีน้ำมันที่มีความเนียนเรียบ เจาะจงวาดเพื่อสื่ออารมณ์เฉพาะดวงตาโดยตรง มองแค่แวบเดียวก็เหมือนสายตาธรรมดาของผู้หญิงที่กำลังเศร้า เธอจ้องมองมายังคุณ! และถ้าคุณจ้องเธอกลับสักประเดี๋ยว ก็จะรู้สึกได้เลยว่าเป็นดวงตาจากทั้ง 3 ภาพ พยายามปกปิดความเศร้าไว้…แต่ปิดไม่มิด ในขณะที่ 2 ภาพหลัง ที่ไม่มีการมองตอบโต้กันกลับแสดงถึงความทุกข์ใจได้มากกว่า โดยเฉพาะภาพล่างสุดที่น้ำตาเริ่มจะปริ่มๆ แล้ว ดูจากชื่อภาพ April Fool’s Day ประกอบ เธอคงได้พบกับความเจ็บปวดเพราะถูกโกหกหลอกลวง และอาจเกิดขึ้นในวันที่ 1 เมษายน

ศิลปินท่านอื่นที่ร่วมแสดงผลงาน ได้แก่ Chen Yun, Jiang Zhi, Lan Yi, Qin Qi, WAZA และ Yang Bo

สถานที่จัดแสดง: Tang Contemporary Art สีลมแกลอเรีย ถ.สีลม
www.tangcontemporary.com
เขียนและถ่ายภาพโดย ภัชภิชา ฤกษ์สิรินุกูล

………………………………………

Hello, Sadness

“Suddenly there is something swarmed my heart, I closed my eyes, calling its name to meet it: Hello, sadness.”

– Françoise Sagan –

“ทันใดนั้นก็มีบางสิ่งมาทำให้หัวใจของฉันอบอุ่นขึ้น, ฉันหลับตาลง, เรียกชื่อเพื่อจะได้พบกับมัน: สวัสดี, ความทุกข์”

– ฟรองซัวร์ ซากอง –

ครั้งหนึ่ง นวนิยายเรื่อง Bonjour, Tristesse หรือ Hello, Sadness เขียนโดยเด็กสาวชาวฝรั่งเศสวัย 18 ปี ฟรองซัวร์ ซากอง (Françoise Sagan) ได้ทำให้คนทั้งโลกตะลึงพรึงเพริดมาแล้ว ด้วยเนื้อเรื่องเกี่ยวกับวัยรุ่น ความรัก และความเหงาหงอยที่ผู้อ่านสามารถสัมผัสได้สภาวะอันน่าหดหู่ตลอดเรื่อง ซึ่งความตายหรือความรักงานเขียนของเธอนั้น แสดงออกมาว่าเป็นความทุกข์อันน้อยนิด  ซากองเองก็มีสิ่งที่คล้ายกับนางเอกในเรื่อง ตอนมีชีวิตอยู่ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เธอมีชีวิตอยู่อย่างพอเพียง เฉยเมยกับทุกเรื่อง กบฎต่อตัวเอง และทำอะไรตามใจชอบ

เช่นเดียวกับศิลปินรุ่นใหม่ที่ไม่จำเป็นจะต้องจดจำภาพสงครามและการปฏิวัติทางวัฒนธรรม หากแต่เติบโตขึ้นในช่วงเวลาที่ให้ความสำคัญกับวัตถุนิยมและความมั่งคั่ง ความคิดที่ถูกปลูกฝังตั้งแต่เยาว์วัยอาจถูกทำลายไปเพราะสื่อเข้ามากัดกร่อนความคิด ทำให้ศิลปินรู้สึกสับสน ต่อต้านกับสัญชาตญาณตัวเองซึ่งอยู่ในวัยหนุ่มสาว ซึ่งไม่มีทางทำสำเร็จ เพราะพวกเขาชื่นชมในด้านของวัตถุไปแล้ว กล้าที่จะยอมรับแรงปรารถนาในตัวเองโดยไม่เสแสร้ง  ทำให้บอบบางและอ่อนไหวง่าย บางครั้งก็วิตกกังวล จนต้องออกตามหาบุคลิกลักษณะของตัวเองและอิสรภาพ ซึ่งนั่นไม่ใช่การอวดดีของศิลปิน ความทุกข์ของพวกเขาจึงมาจากการค้นหาความหมายของชีวิต และรังเกียจสภาพความเป็นจริง ศิลปินบางคนจึงมีลักษณะร่วมกัน – ความหดหู่ ความเหงาหงอย และกลายเป็นคนหลงทาง หลีกหนีจากสีสันในโลกความจริง พยายามหลบหนีตลอดเวลาและเดินอยู่บนเส้นทางชีวิตที่หมิ่นเหม่ ศิลปินเกิดใหม่, การแสดงออกทางคำพูด, ผลงานสร้างสรรค์ ก็จะค่อยๆ เกิดขึ้นจากการขจัดการเรียนรู้จากผลงานของศิลปินรุ่นเก่า และค้นพบวิธีการสื่อสารออกมาด้วยตัวเอง

ประโยคหนึ่งจากหนังสือที่ซากองกล่าวไว้ “โลกถูกบุกรุกเพราะความปรารถนาในด้านวัตถุนิยม, เรื่องที่ดูธรรมดาที่สุด, ค่านิยมของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจะถือกำเนิดได้ก็เพราะการกระจายการพัฒนาความหลากหลายทางวัฒนธรรม แล้วเราก็ถูกทำให้จมอยู่กับเรื่องธรรมดาและสิ่งที่น่าเบื่อหน่าย การพูดคุยในเรื่องที่แตกต่างกันกับคนที่แตกต่างจึงเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้พ้นสภาพน่าเบื่อนั้น” เหตุบังเอิญอันดีนี้และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์เป็นสิ่งผันแปรไป: ศิลปินรุ่นใหม่ซึ่งอยู่ในโลกของข้อมูลข่าวสาร จะรังเกียจสิ่งที่น่าเบื่อหน่าย แข็งกระด้าง และไม่เต็มใจที่จะลอกเลียนรูปแบบเดียวกัน พวกเขาจึงได้สร้างวิธีสื่อสารทางศิลปะที่เป็นลักษณะเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ศิลปินที่ยังไม่ได้เรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ พวกเขาจึงทั้ง “ประสบความสำเร็จ” และรู้สึก “ว่างเปล่า” ทำให้รู้ว่าจุดเริ่มต้นของพวกเขามาจากความทุกข์และความสับสน

แต่บางครั้ง ความทุกข์ประเภทนี้ก็แข็งแกร่ง เงียบสงบ และจะคงความมั่นคงอยู่อย่างนั้น

—————————————————

แปลและเรียบเรียงโดย ภัชภิชา ฤกษ์สิรินุกูล


ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: