หมดปัญญาออนไลน์ – modepanya online


ฉบับที่ 2 การ์ตูน

หมดปัญญา 2


หยิบอ่าน
|PC| |MAC|

ปัญญาบรรณาธิการ

“จินตนาการสำคัญกว่าความรู้”

อย่างเผินๆ หรืออย่างไตร่ตรอง ผมเชื่อประโยคอมตะนี้ของ ‘อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์’ แต่ลึกๆ อยากถามเขาว่า เอาจินตนาการที่ว่ามาจากไหน การคิดทฤษฎีสัมพัทธภาพ (Theory of Relativity) และทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ (Special Theory of Relativity) ซึ่งดูจะเป็นสิ่งที่เกินความนึกคิดของมนุษย์โลก อย่าพูดถึงคนธรรมดาอย่างพวกเราเลยแม้จะเรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์มาก็เถอะ นักวิทยาศาสตร์หัวกะทิในสมัยนั้นกระทั่งสมัยนี้ก็ตาม บางคนก็ยังจินตนาการตามทฤษฎีของเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ

มิได้จะมาอธิบายเรื่องราวของทฤษฎีสัมพัทธภาพแต่อย่างใด เพียงจะยกตัวอย่างให้เห็นว่าที่ว่าจินตนาการของไอสไตน์นั้นเหนือกว่าเรานั้นมันเหนือกว่าอย่างไร

ยกตัวอย่างในกรณีความคิดเรื่อง ‘เวลา’ ของไอน์สไตน์ เขามองว่าเวลาเป็นสิ่งซึ่งไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับผู้สังเกตในช่วงเวลานั้นๆ ภาษาวิทยาศาสตร์ใช้คำว่า ‘ไม่สัมบูรณ์’

อธิบายอย่างง่ายๆ และให้เห็นภาพ ผมจะเปรียบเทียบ ‘เวลา’ เป็น ‘เงิน’

สมมุติให้เราทุกคนมีกระเป๋าเงินเป็นของตัวเอง และแต่ละคนมีเงินในกระเป๋าไม่เท่ากันแต่ก็มีมากพอๆ กันไม่ต่างกันมาก ใครที่ใช้เงินมากกว่า เงินในกระเป๋าก็จะหมดก่อนคนที่ใช้เงินน้อยกว่า นั่นหมายความว่าไอน์สไตน์กำลังบอกเราว่า

คนเรามีนาฬิกาประจำตัวอยู่คนละเรือน มีเวลาไม่เท่ากันแต่ไม่ต่างกันมากซึ่งมันก็หมายถึงอายุขัยของร่างกายเราแต่ละคน หากใครใช้เวลาไปมากกว่า ก็จะหมดเวลาของตัวเองไปเร็วกว่าและส่งผลต่อร่างกายโดยตรงคือร่างกายจะเสื่อมไปเร็วกว่า นั่นหมายความว่าคนคนนั้นจะแก่เร็วกว่า ส่วนใครใช้เวลาของตัวเองไปน้อยกว่า ก็จะหมดเวลาของตัวเองไปช้ากว่าและคนคนนั้นก็จะแก่ชราช้ากว่าอีกคนอย่างเห็นได้ชัด

เนื่องจากทฤษฎีของเขาไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เขาจึงต้องใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ สมการต่างๆ ผนวกกับสิ่งที่เขาบอกว่าสำคัญกว่าความรู้นั่นก็คือจินตนาการ เป็นเครื่องพิสูจน์ทฤษฎีของเขา หนึ่งในจินตนาการของไอน์สไตน์นั้นถูกอธิบายด้วย ‘เรื่องย้อนแย้งของคู่แฝด’ (Twin Paradox)

คือ เมื่อให้คนหนึ่งใช้ชีวิตอย่างปกติอย่างมนุษย์โลกคนหนึ่ง เติบโตอย่างปกติ ส่วนอีกคนให้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมากเกือบความเร็วเท่าแสง ซึ่งแม้ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มียานพาหนะชนิดใดทำความเร็วเพื่อทำการทดลองทฤษฎีนี้ของเขาได้จริง หากจะใกล้เคียงที่สุดก็คงเป็นยานอวกาศ

ต่อจากนี้ ให้คุณลองใช้จินตนาการว่าแฝดคนแรกอาศัยอยู่บนโลกใช้ชีวิตปกติ และกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นิ่งๆ ไม่ไหวติง

และแฝดอีกคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ในยานอวกาศที่วิ่งไปด้วยความเร็วลำนั้น แฝดคนนี้ก็จะรู้สึกว่าตนเองกำลังนั่งนิ่งๆ ไม่ไหวติงเช่นกัน แต่ไอน์สไตน์บอกว่าแฝดสองคนนี้ใช้เวลาไปไม่เท่ากัน และเมื่อแฝดทั้งสองกลับมาเจอกัน แฝดที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงนั้นจะมีร่างกายที่หนุ่มแน่นกว่าแฝดที่ใช้ชีวิตปกติบนโลก

ที่กล่าวมานี้เป็นเนื้อหาที่ผิวเผินซึ่งพอจะแสดงให้เห็นจินตนาการอันบรรเจิดเลิศล้ำของไอน์สไตน์ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากศึกษาให้ลึกถึงสมการและนิยามของทุกตัวแปรในทฤษฎีนี้แล้ว จะรู้ซึ้งว่าจินตนาการนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญเพียงใด

แต่!…แล้วใครจะตอบผมได้บ้างว่า ไอน์สไตน์เขาเอาจินตนาการเหล่านี้มาจากไหนกัน


13 ความเห็น so far
ใส่ความเห็น

ชอบนิตยสารนี้นะตั้งแต่ชื่อแล้ว ยิ่งลงเรื่องการ์ตูนยิ่งชอบใหญ่เลย^^

เป็นคนชอบดูการ์ตูนนะ แต่ก็อ่านและสะสมบ้างบางเรื่องส่วนมากจะขี้เกียจ- -*เพราะแต่ละเล่มยาวเกิ๊นน

ชอบตอนที่พี่ๆสัมภาษณ์วิบูลย์กิจ เป็นสนพ.การ์ตูนที่ชอบมากๆ แต่ว่าการ์ตูนแต่ละเล่มนั้นออกช้ามากT T ตอนนี้ญี่ปุ่นปายหนายแว้วเราก็ยังอยู่เล่มเดิม เย่!!T^T

ละก็ชอบที่พี่ๆเอาพวกงานการ์ตูนดิสนีย์พิกซาร์ ดรีมเวิร์คส์มาให้ดูด้วยยรวมไปถึงบริษัทอื่นๆละก็การ์ตูนญี่ปุ่นและอื่นๆอีกมากมาย แต่ส่วนตัวเอนเอียงไปทาง 2 อันแรกมากกว่า เพราะลายเส้นดรีมเวิร์คส์มันไม่ค่อยถูกสเปคเท่าไหร่ แต่พลอตเรื่องบางอันก็ดูน่าสนใจกว่ามากแต่กลับใช้ลายเส้นสื่อออกมาไม่ดีเท่าที่ควร- -++ แต่ดิสนีย์ก็ยกให้เขาเหอะ เนื้อเรื่องของเขา ต้องยอมรับว่ามันอมตะจริงๆ ละก็หนูว่าดิสนีย์เก่งมากเลยนะ เพราะเขาสามารถรู้ว่าเด็กๆคิดอะไรละก็สื่อออกมาในรูปแบบลายเส้นที่ตรงกับจินตนาการเรามากที่สุด บางทีเราอ่านเรื่องอาจจะยังไม่อะไรมาก พอมาดูการ์ตูนมันให้ความรู้สึกว่า “ตัวนี้แหละ ใช่เลยแบบนี้เลย” ส่วนการ์ตูนญี่ปุ่น ก็ตามนะ ส่วนมากก็ดูแต่การ์ตูนญี่ปุ่นเนี่ยแหละ55+ แล้วแต่เรื่องอ่านะ แต่บางเรื่องตอนอ่านเป็นการ์ตูนอ่ะชอบมากๆ แต่พอทำเป็นอนิเมทแล้วมันดูไม่ชอบเลย บางเรื่องก็เปลี่ยนพลอตเรื่องไปเลยทำให้แบบ เราว่าเราชอบเรื่องนี้เพราะงี้ๆๆ แต่พอมาดูอนิเมทมันไม่ใช่อ่ะ- -* หนูว่านี่คงเป็นจุดขายของหนังสือการ์ตูนล่ะมั้ง แต่ว่าจุดขายของอนิเมชั่นก็คือคนที่ขี้เกียจอ่านการ์ตูนเหมือนกัน ฮ่า!!

บางทีก็ชอบอ่านนิยายมากกว่า เพราะว่าเราก็อ่านเองจิ้นเอง ตัวละครก็ออกมาตามแบบที่เราวาดไว้ เพอร์เฟค!เพียงแต่อยู่ในความคิดของเรานั่นแหละ แต่ว่าเวลาที่เอานิยายมาทำเป็นหนังมันจะดูแล้วไม่ค่อยมีอรรถรสเท่าไรนัก ก็ยอมรับนะว่าบางเรื่องมันก็สนุก เช่น Arthor and the Minimoys เขาก็ทำได้ดี แต่บางเรื่องก็ไม่ไหวจริงๆ ตัดเรื่องเขาแล้วตัวละครบางตัวยังทำให้เราหลุดฟีลไปเลย เช่น แฮร์รี่ พอตเตอร์เนี่ยแหละ ตอนที่ซิเรียสกับลูปินมาปรากฏตัวครั้งแรกไม่คิดเล้ยว่า”เนี่ยนะ คนที่เราคิดว่ามันเท่!!”บางตอนก็ตัดเรื่องไปเลย เช่นภาค 3 เปลี่ยนเนื้อเรื่องเขาไปซะงั้น โชคไม่ดีที่คุณโรวลิ่งเขาไปฟ้องไม่ได้เพราะเหมือนจะชายลิขสิทธิ์ให้ไปแล้ว(มั้ง- -*)

อ่า พล่ามซะยาว อ่านเม้นหนูต่อเหอะ^^”

ชอบที่พี่สัมภาษณ์คนที่ทำงานที่บริษัทพิกซาร์ เพราะหนูก็อยากรู้ว่าเขาทำงานอะไรกัน ละก็ชอบที่ให้ความรู้เกี่ยวกับแอนนิเมเอตร์ เป็นอาชีพที่น่าสนใจที่จะน่าจะนำมาประกอบได้ในอนาคต

สรุปทั้งหมด(เหมือนสรุปผลการทดลองมั๊ย)ก็ชอบนิตยสารเล่มนี้นะ ถ้าตีพิมพ์จะซื้อทุกเดือน(จะพยายามอดออมT T)แต่อ่านผ่านเน็ตมันก็ดีน้า

พี่วางย่อหน้าติดไปหน่อยนึง มันอาจจะทำให้มันได้ถ้าอ่านหนังสือเรียนมา ฮ่า!!

ละก็บางเรื่องพี่ก็ใส่รูปเล็กๆไปบ้างก็ได้ เพราะอ่านติดๆกันไม่มีรูปละมันก็มึนเหมือนกัน- -*

โดยรวม นิตยสารนี้กินใจตั้งแต่ชื่อแล้ว หมดปัญญามันฟังแล้วให้ความรู้สึกหลายแบบดี ทั้งประชดชีวิตหรือว่าแบบ”จนปัญญาจริงๆเว้ย”หรือจะปลงชีวิต มันได้หลายแนวดี ชอบๆๆ คิดได้!!

อยากให้นิตยสารนี้ตีพิมพ์ เพราะชอบอ่านเป็นเล่มมากกว่าทางอินเตอร์เน็ต เล่นคอมเยอะๆละปวดตาอ่านะๆๆ- -||

ขอบคุณที่ทนอ่านเม้นเน่าๆของหนูมาได้จนจบนะคะ^^

ปล. อยากให้พี่ไปสัมภาษณ์อีคิวพลัสอ่าเขาทำการ์ตูนประวัติศาสตร์ได้สนุกมากอ่านแล้วชอบ(แต่เดิมก็ชอบอยู่แล้ว)ชอบชุดบันทึกความรู้กรุงศรีอยุธยามากๆ อีกอย่าง หนูว่าจำเป็นภาพๆไปมันน่าจะเป็นเคล็ดลับของความสำเร็จอ่านะๆๆ(เพราะทำแบบนี้แล้วมันได้ถ้วยพระราชทานนี่!! ไม่เชื่อก็ส่วนบุคคลอ่านะ)

ขอบคุณ(อีกรอบ)ค่ะ-/\-

ความเห็น โดย เด็ก ศ.น. ม.5

รอเล่มสองมานานเลย หวังว่าคงได้อ่านเล่มสามเร็วๆนี้นะครับ ^_^

ความเห็น โดย myname666

ไอน์สไต?์ พิมผิดหรอคะ?

-*-

เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ รายงานตัว

สัญญาว่าจะติดตามต่อไป

ความเห็น โดย MiNTra

หลังจากได้อ่านฉบับแรกไป เราก็แทบลืมไปเลยว่ามีหมดปัญญาอยู่!!!
ก็ฉบับแรกเราจำได้ว่าดาวน์โหลดมาอ่านตั้งแต่ตอนต้นปี สะกิดหัวจิตหัวใจตั้งแต่ชื่อ “หมดปัญญา” แค่หมดปัญญาแต่ก็มีทางออก ชอบครับชอบมาก เราจำได้ว่าวันนั้นที่โหลดมา(แอบโหลดที่ออฟฟิศด้วย เหอะๆ) เราเดินบอกแทบทุกโต๊ะเลยว่าให้ลองอ่านดูสิ และวันนี้หลังจากโหลดเสร็จ คงเป็นอีกครั้งที่เราจะเดินบอกทุกโต๊ะว่า…ลองอ่านหมดปัญญาสิ

ความเห็น โดย art_tra

เด็ก ศ.น. ม.5 ครับ
“ขอบคุณครับที่เป็นแฟนตัวจริงกันขนาดนี้
เรื่องจินตนาการด้วยตัวเองกับจินตนาการจากนักเขียนการ์ตูน
เราชอบในแง่การเปรียบเทียบมุมมอง
บางทีเราจินตนาการอย่างนึง นักวาดการ์ตูนจินตนการอย่างนึง
มันไม่ตรงใจเราแน่นอน แต่มันทำให้เราเปิดจินตนาการดีเหมือนกัน
ส่วนคำแนะนำที่ให้มานะครับ
พวกเราจะน้อมรับไว้เพื่อปรับปรุงต่อไปนะครับ”

myname666 ครับ
“เราได้เรื่องทำเล่มสามกันแล้วครับ แต่ขออุบไว้ก่อนว่าเป็นเรื่องอะไร”

MiNTra ครับ
“ได้แก้ไขให้ถูกต้องแล้วนะครับ ต้องขอบคุณมากๆ เลยครับ
พวกเราก็จะทำให้อ่านกันต่อไปนะครับ”

art_tra ครับ
“อย่างนี้เขาเรียกว่าแฟนพันธุ์แท้นะครับเนี้ย”

ความเห็น โดย modepanya

ชอบมากครับ

ถึงแม้ว่าจะยังไม่ค่อยได้อ่าน

เห็นตั้งแต่เล่มแรกแระ

อยากให้ออกมาเป็นรวมเล่มจัง จะสนับสนุนซะหน่อย

ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ออกเล่นต่อ ๆ ไปออกมาเรื่อย ๆ นะครับ

ความเห็น โดย สะเดิดแมน

สุดยอดครับ อ่านเล่มหนึ่งไปนานละ ได้อ่านเล่มสอง ซะที ถ้ามีวางขายเป็นหนังสือเล่ม จะซื้อแน่นอนครับ

ความเห็น โดย P'Oat

ชวน “หมดปัญญา” และแฟน ๆ
ไปงานอ่าน “ReadCamp” (รี้ดแคมป์) กันครับ

ไอเดียคือ งานอื่น ๆ เขามาโชว์กันว่าคุณเขียนอะไร เขียนยังไง
แต่งานนี้เราจะมาโชว์กัน ว่าเราอ่านอะไร แล้วอ่านยังไง
(คนอ่านขอพื้นที่บ้าง :p)

ซึ่งเวลาเราบอกว่า ‘อ่าน’ นี่ มันก็คือทั้ง อ่าน ดู ฟัง ตีความ คาดเดา ฯลฯ

ก็ประมาณวิพากษ์สื่อ วิพากษ์วัฒนธรรม สิ่งของและปรากฏการณ์รอบ ๆ ตัวครับ กึ่ง ๆ BarCamp กึ่ง ๆ reading group กึ่ง ๆ เพะชะคุชะ (มันจะเป็นอะไรก็ไม่เป็นไปซักอย่าง – -)

ใคร ๆ ก็ไปร่วมได้ครับ ทุกคนเป็นนักอ่านอยู่แล้ว ป้ายบอกทาง โปสการ์ด สีหน้า โฆษณาสินค้า ป้ายหาเสียง อินโฟกราฟิกในหนังสือพิมพ์ แผนที่รถไฟฟ้า การ์ตูน เกม หนัง .. พวกนี้เราอ่านเราเห็นกันอยู่ทุกวัน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
http://readcamp.org/
[คลิปวีดิโอแนะนำ]

ReadCamp “ทุกอย่างอ่านได้”
29 พ.ย. 2551 10:00-19:00
หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (ตรงข้าม MBK)

ความเห็น โดย bact'

สะเดิดแมน, P’Oat
“พวกเราทีมงานขอขอบคุณที่เป็นกำลังใจและพร้อมจะสนับสนุนพวกเรานะครับ”

bact’
“โชคไม่ดีที่อาทิตย์นี้ผมไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ ไม่อย่างนั้นผมจะไม่พลาดแน่นอน แต่อาจจะส่งตัวแทนไปละกันนะครับ หวังว่าจะมีกิจกรรมแปลกๆ แบบนี้อีกในอนาคต”

ความเห็น โดย modepanya

ชอบหนังสือเล่มนี้ครับ
อยากทำหนังสือแนวนี้เหมือนกัน
แต่เป็นแบบ Graphic Novel อะครับ
ยังหาพล๊อตเรื่องอยู่เลย 555

ความเห็น โดย Wanitpon (Gang)

ผมกำลังจะอ่านครับ และผมก้อมีเรื่องมาถามน้าต๋อยครับ
คือว่า ผมอยากดู ดราก้อนบอล เสียงพากย์ น้าต๋อย จะซื้อได้ที่ไหนฮะ
ผมอยากได้จริงๆ คงไม่ว่ากันนะครับถ้าหากผมจะมาขอเม้นในนี้ เพราะผมก้อหมดปัญญาที่จะตามหาแล้วครับ

ความเห็น โดย โงกุน

ขออนุญาต add.feed ขอรับ

คารวะ

ความเห็น โดย ธุลีดิน

ผมจะรอต่อไปฮะ ตามหาดราก้อนบอลเสียงพากย์น้าต๋อย (หวังว่าน้าต๋อยจะได้เห็นข้อความนี้ฮะ)

ความเห็น โดย โงกุน




ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: