นิตยสารหมดปัญญา


Twist & Shout สุก-ดิบ อาทิตย์อุไทย

Twist & Shout สุก-ดิบ อาทิตย์อุไทย

วัน/เวลา : วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน ถึงวันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2553
สถานที่ : ชั้น 8 นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยจากประเทศญี่ปุ่น

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

นิทรรศการศิลปะร่วมสมัย นำเสนอผลงานกว่า 40 ชิ้น จากศิลปินญี่ปุ่น 17 คน เป็นการแนะนำอย่างเป็นทางการให้สาธารณชนรู้จักผลงานของศิลปินญี่ปุ่น ซึ่งได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากวัฒนธรรมสมัยนิยม (pop culture) เช่น การ์ตูนมังงะ และการ์ตูนอนิเมะ โดยเน้นให้เห็นถึงแนวทางสังคมและกระแสใหม่ที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในวัฒนธรรมญี่ปุ่นในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเป็นการสำรวจผลงานศิลปะที่แสดงให้เห็นถึงหลากหลายแง่มุม ทั้งกรอบความคิดและสังคมของคนร่วมสมัย จากงานจิตรกรรม ศิลปะการจัดวาง วีดิโออาร์ต ประติมากรรม ภาพถ่าย หรือแม้แต่หุ่นยนต์ขนาดใหญ่สูงกว่า 7 เมตร และหุ่นยนต์ขนาดจิ๋ว นิทรรศการเป็นความร่วมมือระหว่างหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครกับเจแปนฟาวน์เดชั่น เพื่อร่วมฉลองปีแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศแม่น้ำโขงและประเทศญี่ปุ่น

ผลงานอันหลากหลายที่นำมาจัดแสดงถูกคัดสรรโดยเคนจิ คูโบตะ ภัณฑารักษ์อิสระ และโยโกะ โนเสะ ภัณฑารักษ์จากพิพิธภัณฑ์ศิลปะ โตโยต้า มิวนิซิเพิล โดยมุ่งหวังให้นิทรรศการ “สุก-ดิบ อาทิตย์อุไทย” นี้เป็นการสำรวจผลงานศิลปะที่สะท้อนให้เห็นถึงหลากหลายแง่มุมทั้งกรอบความคิดและสังคมของคนร่วมสมัย  ที่เปี่ยมไปด้วยพลังในการสร้างสรรค์ และแฝงความหมายล้ำลึกเกี่ยวเนื่องกับสังคมและประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ซึ่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นในรูปแบบของการ์ตูนมังงะ การ์ตูนอนิเมะ เกมส์ ดนตรี วรรณกรรม และภาพยนตร์ ไม่ใช่รูปแบบทางวัฒนธรรมรูปแบบเดียวที่ผ่านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนในสังคมไทยเท่านั้น แต่อิทธิพลนี้ยังได้แผ่ขยายไปถึงอาหาร เสื้อผ้า จนถึงที่พักอาศัย นิทรรศการ “สุก-ดิบ อาทิตย์อุไทย” จึงเป็นโอกาสให้ผู้ชมในวงกว้างสามารถมองเห็นและรับรู้ได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมร่วมสมัยของญี่ปุ่น และจินตนาการที่เกิดขึ้นจากมุมมองทางศิลปะ และนอกจากงานศิลปะแล้วยังมีกิจกรรมเสวนาระหว่างศิลปินไทยและญี่ปุ่น รวมถึงการบรรยายจากศิลปินญี่ปุ่นต่อสาธารณชน โดยเฉพาะนักศึกษาไทย ซึ่งท้ายที่สุดจุดประสงค์ของนิทรรศการคือ การก่อให้เกิด มุมมองที่เป็นประโยชน์ในการสร้างความเข้าใจเพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและญี่ปุ่นต่อไปในอนาคต


แนวความคิด

วัฒนธรรมป๊อปญี่ปุ่นมีการเสนองานการ์ตูน และตัวละครอนิเมชั่น ซึ่งกลายมาเป็นตัวสัญลักษณ์ที่รู้จักกันทั่วโลก อาทิ โปเกมอน เฮลโล คิตตี้ และโดราเอมอน นอกจากกระแสที่กล่าวมานี้ยังมีละครทีวี นวนิยาย และอนิเมชั่นที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของโลกและการตัดสินใจเพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งสามารถดึงดูดแฟน ๆ ชาวต่างชาติให้เฝ้าติดตามเรื่องราวอย่างเหนียวแน่น โลกแห่งจินตนาการอันใหม่เอี่ยมทั้งสองเข้ามาเกี่ยวข้องกับสังคมคนละขั้ว ข้างหนึ่งเป็นพวกอัตตานิยม เก็บเนื้อเก็บตัว อีกพวกจะใส่ใจกับโลกภายนอก และชอบมีปฏิสัมพันธ์ ซึ่งทั้งสองแบบนี้ก็สามารถพูดได้ว่าเป็นตัวแทนรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในยุคสหัสวรรษใหม่นี้

ในนิทรรศการนี้ ความคลุมเครือของวัฒนธรรมวัยรุ่นญี่ปุ่นจะได้รับการตีความออกมาเป็นความต้องการของวัยรุ่นที่อยากจะ “Twist” และ “Shout” ศิลปินทั้ง 17 คนเสนอผลงานทั้งที่เป็นงานจิตรกรรม ประติมากรรม วิดิโอ ภาพถ่าย และ ศิลปะติดตั้ง ที่จะทำให้เราได้เห็นภาพยอดฮิต และคุ้นตา แต่ในอีกแง่หนึ่งก็แสดงให้เห็นถึงประเด็นปัญหาเร่งด่วนของสังคมญี่ปุ่น

ในปีที่ผ่านๆ มา โลกาภิวัตน์เป็นตัวเร่งการรับเอาวัฒนธรรมวัยรุ่นในเอเชีย ทำให้ความแตกต่างระหว่างทัศนศิลป์ในประเทศไทย และประเทศญี่ปุ่นก็เริ่มมีช่องว่างลดลงกว่าแต่ก่อน ดังนั้น จึงเป็นเรื่องน่าสนใจที่จะรู้ว่าผู้ชมชาวไทยตอบสนองศิลปะร่วมสมัยญี่ปุ่นอย่างไร เมื่อผลงานเหล่านั้นถูกนำมาจัดแสดงในนครหลวงของประเทศไทยซึ่งเป็นสถานที่ที่วัฒนธรรมป๊อปของญี่ปุ่นเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ผลงานหลายชิ้นอาจจะเปิดเผยแง่มุมด้านลบของวัฒนธรรมร่วมสมัยของญี่ปุ่น เปลี่ยนความเข้าใจใหม่อย่างทันทีทันใดให้เกิดขึ้นในหมู่คนไทยก็เป็นได้

เสวนาโต๊ะกลม : อิทธิพลแห่งปรากฏการณ์ “วัฒนธรรมป๊อป” ที่หลั่งไหลจากญี่ปุ่นสู่ไทย
วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา 15.00-18.00 น.
ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5
มูลนิธิญี่ปุ่นร่วมกับหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นำเสนอเสวนาโต๊ะกลมทางวิชาการ เกี่ยวกับ อิทธิพลแห่งปรากฏการณ์ วัฒนธรรมป๊อป ที่หลั่งไหลจากญี่ปุ่นสู่ไทย ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ในรูปแบบของการ์ตูน หนังสือ แฟชั่น และภาพยนตร์ รวมไปถึงศิลปะร่วมสมัย ผ่านมุมมองของภัณฑารักษ์และศิลปินชาวญี่ปุ่น และภัณฑารักษ์ ศิลปิน และนักสังคมวิทยาไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแง่ของปรากฏการณ์การหลั่งไหลทางวัฒนธรรมสมัยนิยมหรือวัฒนธรรมป๊อบ

ผู้เข้าร่วมเสวนาโต๊ะกลมทางวิชาการ
ชาวญี่ปุ่น
• AIDA Makoto (Artist))
• AMAMIYA Yosuke (Artist)
• AOYAMA Satoru (Artist)
• CHIBA Masaya (Artist)
• ENDO Ichiro (Artist )
• IZUMI Taro (Artist)
• KANEKO Ryo (Artist)
• KANEUJI Teppei (Artist)
• NISHINO Tatsu (Artist)
• TAKAMINE Tadasu (Artist)
• YAMAMOTO Keisuke (Artist)
• YANOBE Kenji (Artist
• KUBOTA Kenji (Curator)
• NOSE Yoko (Curator)
ชาวไทย
• อรรฆ ฟองสมุทร (ภัณฑารักษ์)
• ทวีศักดิ์ ศรีทองดี (ศิลปิน)
• วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์ (ศิลปิน)
• ทรงกลด บางยี่ขัน (บรรณาธิการนิตยสาร a day, นักเขียน)

ผู้ดำเนินรายการ
ดร. เตยงาม คุปตะบุตร (ศิลปิน และอาจารย์ประจำคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และ ภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร)

http://bacc.or.th/talk/detail/guid/c13dd554c6cbbd9dc36a82f4aa15701c



นิทรรศการผลงานโมเดลสถาปัตยกรรมออสเตรเลีย Abundant Australia

สถานทูตออสเตรเลีย จัดนิทรรศการโมเดลสถาปัตยกรรม – Abundant Australia นำเสนอไอเดียเฉียบจำนวน 160 ชิ้น ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยสถาปนิกและนักออกแบบชาวออสเตรเลียที่มีชื่อเสียง เช่น Alex Popov Architects, Ashton Raggott McDougall, Denton Corker Marshall, Fairweather Proberts Architects, Iredale Pederson Hook, Kennedy Nolan, Kerstin Thompson Architects and Wood Marsh Architecture

Frank M_m

Future Shack_m

New Holland Folly_m

นิทรรศการดังกล่าวร่วมแสดงในเทศกาลออกแบบบางกอก 2009 โดยเปิดแสดงระหว่างวันที่ 25 กันยายนถึง 17 ตุลาคมนี้ ที่ห้องสตูดิโด ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ผลงานโมเดลที่ได้รับการคัดเลือกมาจัดแสดงในนิทรรศการนี้ มีหลากหลายสไตล์ ทั้งบ้านและอาคารต่างๆ ซึ่งเป็นผลงานที่ได้ไปร่วมแสดงครั้งแรกที่ออสเตรเลีย พาวิลเลียน ในนิทรรศการสถาปัตยกรรมนานาชาติ Venice Architecure Biennale ครั้งที่ 11 ประจำปี พ.ศ. 2551 ที่นครเวนิส ประเทศอิตาลี

ผลงานแต่ละชิ้นแสดงให้เห็นถึงแนวทางการทำงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสถาปนิกแต่ละคน และยังสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของสภาพภูมิประเทศของออสเตรเลีย ที่ประกอบด้วยเมืองใหญ่ ชุมชนท้องถิ่น พื้นที่ทะเลทราย และยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสถาปนิกแต่ละคนที่จะสร้างสรรค์ผลงานสถาปัตยกรรมที่ยั่งยืนและมีคุณค่า

สถาบันเอเชียลิงค์แห่งมหาวิทยาลัยเบิร์น ร่วมกับสถาบันสถาปนิกออสเตรเลีย เป็นผู้ดูแลการนำนิทรรศการนี้มาจัดแสดงในประเทศไทย ขอเชิญชวนผู้สนใจด้านการออกแบบเข้าร่วมชมผลงานที่เปี่ยมไปด้วยพลัง จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และความหลากหลายของสถาปัตยกรรมออสเตรเลีย ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

Creative Directors: Neil Durbach, Vince Frost, Wendy Lewin, Kerstin Thompson, Gary Warner.

บรรยายพิเศษ

นิทรรศการโมเดลสถาปัตยกรรมออสเตรเลีย และภาพรวมของสถาปัตยกรรมออสเตรเลียในปัจจุบัน โดยเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2552 เวลา 13.30 – 17.00 น.

ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

เดวิด พาร์เกน ผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันสถาปนิกออสเตรเลีย (Ausstralia Institute of Architects) นำเสนอผลงานต่างๆ ที่จัดแสดงในนิทรรศการ ตั้งแต่เบื้องหลังผลงานจนถึงการพัฒนาแนวคิดหลักของผลงาน นอกจากนั้นจะกล่าวถึงประเด็นต่างๆ ในแวดวงสถาปนิกออสเตรเลียในปัจจุบันอย่างกว้างๆ

โทน วีลเลอร์ สถาปนิกระดับแนวหน้าของออสเตรเลีย เจ้าของสตูดิโอ environa studio จะบรรยายถึงผลงานการออกแบบของเขาที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยจะมีการยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมอย่างเจาะจง นอกจากนั้น โทนจะพูดถึงกระบวนการทำงานของเขาที่ได้นำประเด็นต่างๆ มาพิจารณาให้เกิดความสมดุล ซึ่งรวมถึงการคำนึงถึงพื้นที่ใช้งานและการออกแบบให้น่าอยู่อาศัย ผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและความจำเป็นสำหรับความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบนวัตกรรมใหม่ๆ

หมายเหตุ – การบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ โดยมีการแปลเป็นภาษาไทย และขอความกรุณาสำรองที่นั่งล่วงหน้า เพราะที่นั่งมีจำนวนจำกัด ที่อีเมล charintip.pimphan@dfat.gov.au หรือโทร. 023446464

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ สถานทูตออสเตรเลีย โทร. 02 3446462

http://www.bacc.or.th/exhibition/detail/guid/481f8c3a0e7146723c080264da1db9ec



ดนตรีในแกลอรี่

music gallery King 04

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และมูลนิธิบางกอก โอเปร่า ขอเชิญร่วมฟังการบรรเลงดนตรี จากบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซี่งเป็นส่วนหนึ่งในงานกิจกรรม ของนิทรรศการศิลปะเฉลิมพระเกียรติ “ภาพของพ่อ…บารมีแห่งแผ่นดิน” การบรรเลงดนตรี

ด้วยความร่วมมือจากมูลนิธิบางกอก โอเปร่า นี้ จัดขึ้นวันอาทิตย์เว้นอาทิตย์ เริ่มอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคมนี้ จนถึงอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายนเวลา 16:00 น. ณ ห้องนิทรรศการชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน

-งานนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น-

MUSIC IN THE GALLERY

As part of Portrait of the King: the Art of Iconography Exhibition, Bangkok Art and Culture Centre and Bangkok Opera proudly present musical compositions of H.M.K Bhumibol Adulyadej. The musical ensemble organized by Bangkok Opera will be held on the 9th floor gallery every other Weekend until the 8th of November. The program will start this August 30th at 4:00 pm.

-Free Admission-

——————————————————————————————————–

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตั้ง อยู่บริเวณสี่แยกปทุมวัน หัวมุม ถ.พระราม 1 และ ถ.พญาไท ตรงข้ามห้างมาบุญครอง และ สยามดิสคัฟเวอรี่ มีทางเดินเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า BTS สนามกีฬาแห่งชาติ

เวลาเปิดบริการ – อังคาร-อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์)

ติดต่อ – เลขที่ 939 ถ.พระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน 10330

โทร.02 2146630-8 โทรสาร 02 2146639  เว็บไซต์ www.bacc.or.th



Off Limits

เรื่องและภาพโดย ภัชภิชา ฤกษ์สิรินุกูล

เย็นวันหนึ่งหลังเลิกงาน ฉันไปร่วมงานแสดงภาพถ่าย ‘Off Limits – Trespassing in the Shan State’ ของ Xavier Comas ช่างภาพชาวสเปนที่จัดขึ้นย่านทองหล่อ แขกมากมายที่มาร่วมงานมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ฉันเดินดูภาพรอบๆ ก่อนจะเข้าไปพูดคุยกับซาเวียร์เสียอีก

ภาพชุดนี้ที่เขานำมาจัดแสดง ไม่มีชื่อภาพ  หลังจากดูภาพเหล่านี้แล้ว รู้สึกว่าแววตา สีหน้า อากัปกิริยาของบุคคลในภาพ เต็มไปด้วยความฉงน สงสัย ใคร่รู้ กับท่าทีที่ดูเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความหม่นเศร้า และดำรงชีวิตในสถานะที่เป็นอยู่…อย่างเรียบง่าย  พวกเขา คือชนกลุ่มน้อยชาว Samtao, Akha และ Eng

ซาเวียร์เล่าให้ฉันฟังว่า เมื่อเดือนเมษายน 2546 เขาแอบเข้าไปในเขตหวงห้ามของพม่าที่เรียกว่า Shan State หรือสามเหลี่ยมทองคำ และใช้ชีวิตแบบเดียวกับคนที่นั่น ใช้ภาษากายในการสื่อสาร เพราะต่างคนต่างไม่รู้ภาษา ทุกคนในชนเผ่าไม่มีใครได้เรียนหนังสือ แต่แสดงท่าทีที่เป็นมิตร และต้อนรับคนแปลกหน้าอย่างเขาเป็นอย่างดี

วิถีชีวิตของคนในพื้นที่เป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ตื่นเช้าก็แบ่งหน้าที่กันออกไปปลูกพืชผัก หุงหาอาหาร บ้างทำของจักสานใช้กันเอง ซาเวียร์อยู่กับชาวบ้านที่นั่นได้โดยไม่ลำบาก เพราะเขาเป็นทั้งนักเดินทางและช่างภาพ ที่ชอบเดินทางไปทั่วสารทิศ ไม่ว่าดินแดนแห่งนั้นจะอยู่ไกลหรือต้องอยู่อย่างยากลำำบากแค่ไหน ประเทศต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิก เขาก็ไปเยี่ยมเยือน ทั้งพม่า กัมพูชา ลาว เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย ทำให้เห็นความแตกต่างในการดำรงชีวิต ซึ่งซาเวียร์มองว่าเป็นเสน่ห์ของแต่ละประเทศที่สำคัญมาก และควรคงวิถีชีวิตแบบนั้นไว้

ตอนที่เขายกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปใน Shan State ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ต่างมองกล้องถ่ายรูปของเขาด้วยความสงสัย แต่ซาเวียร์ก็ไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก เพราะต้องการเก็บภาพที่เป็นธรรมชาติที่สุด สื่ออารมณ์ของผู้คนออกมาให้ได้มากที่สุด โดยภาพที่ชอบถ่ายจะเป็นภาพของคนกับพื้นที่ที่เขาอาศัยอยู่ ซึ่งคนใน Shan State ที่เขาพบ ส่วนใหญ่จะเป็นเด็ก และจาก 18 ภาพที่จัดแสดง ภาพเด็กหญิงมองกล้องตาไม่กะพริบ ประทับใจเขาที่สุด

“คุณลองมองดูในรูปแบบใกล้ๆ สิ นัยน์ตาของเด็กคนนี้จ้องผมเขม็ง เห็นแววตามั้ย มีเงาของผมที่ถือกล้องอยู่ในนั้นด้วย” ซาเวียร์ยิ้มแย้มกับภาพตรงหน้า และชักชวนให้ฉันดู

เขาบอกว่าเป็นคนรักอิสระ ชอบเดินทางคนเดียว การได้อยู่นั่นสองอาทิตย์แล้วถูกจับทำให้รู้สึกตกใจมากพอควร แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ลงโทษ เพียงแต่สอบสวนและสั่งให้ออกจากพื้นที่ ภายหลังได้นำภาพเด็กหญิงไปขึ้นปกหนังสือเกี่ยวกับภาพถ่าย เมื่อตีพิมพ์แล้วก็เดินทางกลับมายัง Shan State อีกครั้ง เพื่อมอบหนังสือให้เด็กน้อยในภาพ แต่เวลาผ่านไปหลายปี ซาเวียร์ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเด็กหญิงที่เขามอบให้ใช่คนในภาพหรือเปล่า เพราะเธอดูโตขึ้นมาก

การผจญภัยในดินแดนที่ห่างไกลบ้านเกิดทำให้ซาเวียร์ นักเดินทางวัย 38 ปี ได้พบกับสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ตื่นเต้น ตื่นตัวอยู่เสมอ และได้ตั้งปณิธานไว้ว่าจะออกเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ๆ พบกับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ๆ การพูดได้หลายภาษาทั้งสเปน แคตาโลเนีย  อังกฤษ ฝรั่งเศส และไทย เื้อื้อประโยชน์กับเขาก็จริง แต่สถานที่ที่ไม่สามารถสื่อสารกันด้วยภาษาพูด จะต้องใช้ความจริงใจแลกกับประสบการณ์ชีวิต

ซาเวียร์สำเร็จการศึกษาด้านกราฟฟิค ดีไซน์  Digital Image and Prepress CIEJ เมื่อปี พ.ศ. 2535 และด้านศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบาเซโลน่า เมื่อปี พ.ศ. 2538 หลังจากนั้นก็ได้ทำงานออกแบบกราฟิก เป็นช่างภาพ ได้ดำน้ำกู้ภัย งานอดิเรกที่เคยทำ ได้แก่ เรียนศิลปะการต่อสู้พื้นเมืองของชาวเกาหลี การไต่หน้าผา การพายเรือคายัค พายเรือแคนู เดินป่า เป็นต้น

ผลงานด้านการถ่ายภาพของซาเวียร์ โคมาส

2551

แสดงภาพถ่ายเดี่ยว PASAJERO ณ  NoSpace Gallery กรุงเทพฯ

ภาพถ่ายปกสำหรับ Buddha book โดย Deepak Chopra

ภาพถ่ายและบทความลงใน Asian Photography magazine

2552

แสดงภาพถ่ายเดี่ยว PASAJERO ณ Red Elation Gallery ฮ่องกง

แสดงภาพถ่ายเดี่ยว JIUTAMAI project ณ EAT ME restaurant / gallery กรุงเทพฯ

แสดงภาพถ่ายเดี่ยว JIUTAMAI diptic series ณ PATRAVADI gallery

Collective exhibition TransportAsian ณ Singapore Art Museum

บทความเกี่ยวกับการถ่ายภาพ ลงใน Photo Magazine ฮ่องกง

บทความเกี่ยวกับการถ่ายภาพ Photography Essay ใน Quotation Magazine เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

…………………………………………………..

Off Limits – Trespassing in the Shan State โดย Xavier Comas, เป็นคอลเล็กชันผลงาน 18 ภาพซึ่งได้รวบรวมความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่างๆในพื้นที่นั้นทั้ง Samtao Akha และ Eng ทั้งหมดล้วนเป็นความประทับใจที่เกิดขึ้นระหว่างการพลัดหลงอยู่ในเขตหวงห้าม พิเศษของพม่า (เขตปกครองที่ 2 และ 4) จากการเดินทางเพียงลำพังเป็นเวลาสองอาทิตย์ในดินแดนที่ประกาศห้ามชาวต่าง ชาติเข้าไปเป็นอันขาด

งานแสดงภาพถ่ายครั้งนี้ได้บอกเล่าเรื่องราวของ เมืองที่อาจไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน และกับการพบกับชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆที่มีน้ำใจ ให้การต้อนรับคนแปลกหน้าเป็นอย่างดี การเดินทางยังคงดำเนินต่อไป ก่อนที่ในที่สุดก็ถูกควบคุมตัว โดยทหารพม่าที่ Mong Yang เขตแดนพิเศษ 2

การ สอบสวนอย่างเข้มข้นดำเนินไปเป็นเวลาสองวันเต็ม จนในที่สุดก็ได้รับการ “เชิญ” ให้ออกจากพื้นที่หลังจากได้รับการบอกกล่าวว่า Xavier เป็นชาวต่างชาติคนแรกในรอบ 30 ปีที่ได้เข้าไปในเขตหวงห้ามแห่งนี้

งาน แสดงภาพ Off Limits – Trespassing in the Shan State เปิดให้บุคคลทั่วไปทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 22.00 น. ตั้งแต่วันพุธที่ 29 กรกฎาคม ถึง วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2552 บริเวณชั้นหนึ่งของเอท ทองหล่อ – ปากทางทองหล่อซอย 8 (มีที่จอดรถรองรับ)

สำหรับท่านที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อที่
เดชาวุธ วุฒิศิลป์ / สุภารัตน์ โพธิวิจิตร
บริษัท โทเทิล ควอลิตี้ พีอาร์ (ประเทศไทย) จำกัด
โทร 02-260-5820 ต่อ 120/ 113 อีเมล์ day@tqpr.com aey@tqpr.com



มีชื่อ แต่จำไม่ได้

ขอแสดงตัวก่อนว่าฉันไม่ได้เรียนจบด้านศิลปะ ไม่ได้มีความรู้มากมายเกี่ยวกับศิลปะ แต่ชอบไปดูผลงานตามแกลอรีหรือนิทรรศการต่างๆ เป็นเพราะความชอบล้วนๆ และอยากจะ ’เล่า’ ในสิ่งที่ฉันพบเห็น รู้สึก และได้เข้าไปสัมผัสในช่วงเวลาสั้นๆ

ล่าสุดฉันไปดูนิทรรศการที่จัดแสดงขึ้น ณ อาร์เดลเธิร์ดเพลส แกลอรี “Without Balancing” หรือชื่อภาษาไทยว่า “มีชื่อ แต่จำไม่ได้” โดย ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ ประติมากรไทยและศิลปินอิสระ ทำให้ฉันเดินวนไปวนมาอยู่ครู่ใหญ่ เนื่องจากเกิดคำถามในใจว่า ‘อะไรกันแน่ที่เขาต้องการจะสื่อ’
เพราะภาพที่เห็นคือประติมากรรมไม้ชิ้นบิดเบี้ยวกระจายตัวกันอยู่ และไม่มีชื่อเรียกผลงานใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากป้ายที่เตือนว่า ‘กรุณาอย่านั่ง’ และ ‘กรุณาอย่าจับ’ ดังนั้น ถ้าจะมองกลับไปที่ชื่อนิทรรศการ ความหมายในชื่อภาษาอังกฤษฟังดูเหมาะสมกว่า

ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าของผลงานจำชื่อไม่ได้จริงๆ หรือว่าตั้งใจใช้ชื่อนี้ แต่ในเมื่อไม่มีชื่อ ฉันขอเรียงลำดับจากชิ้นที่เข้าไปดูใกล้ๆ ก่อนก็แล้วกัน เริ่มจากเก้าอี้ผ้าใบตามชายหาดที่วางเรียงกัน มีโต๊ะ และร่มคันใหญ่ประกอบ แต่ผ่านการจัดท่าทางจนเอนเอียงไปในทิศทางเดียวกัน สะดุดตาก็จริง นึกถึงเก้าอี้ตามริมหาดก็จริง…แต่ถ้าให้นั่งจริงก็คงไม่กล้า

เพราะนอกจากองศาที่เอนเอียงแล้ว ที่ผ้าใบยังมีบทเพลงพระราชนิพนธ์ปรากฏอยู่ ตัวหนังสือและตัวโน้ตผ่านการเรียงร้อยอย่างบรรจงบนบรรทัด 5 เส้น จนมีลักษณะเป็นรอยที่ก้ำกึ่งระหว่างการลายมือเขียนกับการปักผ้า ฉันยืนและทิ้งระยะห่างไว้เล็กน้อย ครุ่นคิด ไม่เข้าไปดูให้ใกล้กว่านี้

จะว่าไป…กลุ่มผลงานนี้สอดแทรกสิ่งที่มีชื่อไว้ด้วยนี่นา!

ชื่อเพลง ทำนอง เนื้อเพลง และชื่อผู้ประพันธ์เขียนเป็นภาษาอังกฤษ โดยผ้าใบสองตัวแรกมีทำนองเพลง Falling Rain และ Candlelight Blues ตามลำดับ มีชื่อ H.M. King Bhumibol Adulyadej of Thailand อยู่ด้านบนขวา ส่วนเก้าอี้ตัวที่สามมีทั้งเนื้อร้องและทำนองเพลง What a wonderful world ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง แต่เมื่อสังเกตจากเนื้อเพลงแล้ว จะรู้ว่าเป็นเพลงของหลุยส์ อาร์มสตรอง นักทรัมเป็ตและนักร้องเพลงแจ๊สชาวอเมริกันที่โด่งดังมาก และเป็นหนึ่งในศิลปินที่ในหลวงทรงโปรด

สิ่งที่ฉันรับรู้จากผลงานชิ้นนี้คือ ดนตรีมีความเป็นสากล และสิ่งที่พิเศษสุดของดนตรีที่ศิลปินคัดสรรมาคือ แนวดนตรีและเอกลักษณ์บุคคลที่สื่อถึงแจ๊ส และศิลปินเพลงแจ๊สมักจะถ่ายทอดอารมณ์และจังหวะที่พลิ้วไหว มีลูกเล่น สามารถสร้างสรรค์และสอดแทรกเนื้อหาให้กับเพลงได้อย่างไม่หยุดหย่อน ซึ่งการตัวโน้ตดนตรีแจ๊สได้มาอยู่บนเก้าอี้ชายหาดก็เทียบกับเราได้นั่งฟังเสียงคลื่นลมริมฝั่ง โดยที่เสียงและจังหวะคลื่นกระทบฝั่งอาจจะคล้ายเดิม แต่มีสูงต่ำต่างกันไป อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะฟังเสียงคลื่นซัดสาดที่ไหน เราก็รู้ว่าเป็นเสียงคลื่น จะเป็นเสียงอื่นไปไม่ได้ ดนตรีก็เช่นกัน ไม่ว่าจะนำเพลงนั้นๆ ไป Cover หรือเล่นในแนวรูปแบบอื่น เราก็ยังรู้ว่าเพลงนั้นมาจากไหน ใครร้อง และถ้ามีใครเผลอตัวนั่งบนเก้าอี้นี้ นั่นเท่ากับการไม่ใส่ใจอะไรเลย และเป็นปฏิปักษ์กับสิ่งรอบตัวอย่างร้ายกาจ

เก้าอี้ตัวสูงใหญ่ที่อยู่ด้านในก็เช่นกัน ลักษณะคล้ายเก้าอี้เขียนแบบซึ่งผ่านการจัดรูปทรงจนเป็นที่พอใจ แม้ว่าดูมั่นคงเพราะขาเก้าอี้ทั้งสี่จะยืนหยัดอยู่บนพื้น แต่ความโน้มเอียงก็ทำให้คิดต่อไปได้ว่าถ้ามีอะไรไปกระทบแรงๆ กลัวว่าจะล้มได้เหมือนกัน

โต๊ะ – เก้าอี้ – จักรยาน ตัวอื่นๆ แม้ว่าจะผ่านการปรับแต่งให้คดงอหรือเอนเอียงตามทัศนียวิทยาของศิลปินแค่ไหน มนุษย์ก็ยังรับรู้ได้ว่า มันคือโต๊ะ คือเก้าอี้ คือจักรยาน เพียงแต่มีรูปร่างแปลกแปร่งไปจากที่เคยเห็น เป็นอีกมิติที่แฝงความคิดไว้ลึกซึ้ง

ในองค์รวม ธวัชชัยเลือกที่จะล้อเลียนของที่มีมาแต่เดิม ซึ่งการล้อเลียนย่อมต้องทำให้รู้ว่าลักษณะของเดิมเป็นอย่างไร ถ้าจะย้อนถึงพื้นวิชาสถาปัตยกรรมสักหน่อย De-construction Architecture หรือโครงสร้างเเบบล้ม เอียง หรือพัง ก็มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องในการต่อยอดผลงานที่เป็น Contemporary Art ชุดนี้ ซึ่งไม่ได้เน้นที่ความสวยงามมากนัก แต่เน้นที่มีความหมายและความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน

ส่วนการเลือกโต๊ะเก้าอี้ไม้มาเป็นหลักใหญ่ในการสร้างงาน เชื่อว่าสามารถสะท้อนกับความแตกต่างด้านมิติได้เป็นอย่างดี เพราะโต๊ะเก้าอี้ที่ทำจากไม้ มักจะมีลักษณะตั้งฉากและวางขนานไปกับพื้นโลก ในขณะที่ความบิดเบี้ยวเป็นลักษณะของความแปรเปลี่ยนไปจากสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่โดยตั้งใจ อีกนัยหนึ่งอาจตัวแทนของความปรวนแปรบนโลกใบนี้ จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

เพราะงานศิลปะ การชื่นชอบ ชื่นชม เพิกเฉย หรือไม่ใส่ใจ ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลเสมอไป…
และบางครั้งการมีชื่อหรือไม่มีก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็น สำคัญที่ว่าจดจำเนื้อหาของมันได้หรือเปล่า

เขียนและถ่ายภาพโดย ภัชภิชา ฤกษ์สิรินุกูล

————————

นิทรรศการ “มีชื่อ แต่จำไม่ได้”
โดย ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์
ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 10 พฤษภาคม 2552
ณ อาร์เดลเธิร์ดเพลส แกลเลอรี (สุขุมวิท 55 ทองหล่อซอย 10)
เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.30-20.00 น.

ครั้งล่าสุดกับนิทรรศการแสดงเดี่ยวของ ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ ประติมากรไทยผู้เคยได้รับรางวัลระดับประเทศและระดับโลกมาแล้วมากมาย และเป็นหนึ่งในศิลปินไทยที่เข้าร่วมนิทรรศการมหกรรมศิลปะนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 50 (พ.ศ. 2546) ณ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

ร่วมชื่นชมกับผลงานประติมากรรมไม้ในรูปทรงของวัตถุอันเคยคุ้นในชีวิตประจำวัน ที่ถูกถอดความจากมุมมองพลิกผันตามทัศนียวิทยา เพิ่มมิติในระยะทางของการเห็นด้วยความบิดเบี้ยว คดงอ เอียงเอน ก่อเกิดเป็นประติมากรรมที่งดงามและแฝงแนวความคิดลึกซึ้งภายใน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล
โทร: 02-422-2092, 084-772-2887 แฟกซ์: 02-422-2091
อังคาร-เสาร์ 10.30 – 19.00 น. อาทิตย์ 10.30 – 17.30 น. (ปิดวันจันทร์)